ประวัติโบราณสถานหรือข้อมูลแหล่ง  
 

วังพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ (บ้านท่าเตียน) สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2452 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ ทรงสร้าง เพื่อพระราชทานให้เป็นตำหนักของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ และเพื่อเป็นท่าเรือส่วนพระองค์ (เนื่องจากด้านหลังติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา) จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2481 เมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์เสด็จกลับจากการศึกษาที่ประเทศอังกฤษ พร้อมหม่อมอาลิซาเบท ผู้เป็นชายา จึงเปลี่ยนชื่อวังนี้เป็น วังจักรพงษ์ และปรับปรุงเป็นที่ประทับสืบมา

 

 
 


ที่มาของข้อมูล
 
   
   
 
  ลักษณะทางสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม หรือสภาพแหล่ง  
  1.พระตำหนัก สร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก เป็นอาคารตึกสไตล์อิตาเลียนวิลล่า ตอนหน้ามี 2 ชั้น  ปีกซ้ายตอนในก่อสูง 3 ชั้น มีโดมอีกชั้นหนึ่ง  มุขเดียวตอนกลางอาคาร  หน้าบันแบบเจาะช่องหน้าต่าง  เสาซุ้มหน้าต่างเป็นเหลี่ยมมีหัวเสาและฐานเสา  ผนังมุขก่อเป็นเสานูนประดับลายปูนปั้นบริเวณหัวเสาชั้นสองและใกล้ฐานชั้นล่าง  ปีซ้ายมีบันไดหินอ่อนขึ้นสู่เฉลียงหน้า  เชิงบันไดตั้งปืนใหญ่ข้างละกระบอก  ถัดออกไปเป็นสระบัวขอบหินอ่อน  เฉลียงชั้นล่างพนักทึบ เฉลียงชั้นสองประกอบด้วยราวลูกกรงโปร่ง  เสาเหลี่ยมปลายหยักบานออก  ซุ้มเฉลียงกั้นเป็นไม้บานเกล็ด  ผนังเหนือเพดานชั้นสาม  เจาะช่องหน้าต่างกรอบบนโค้งกลมตีไม้เป็นช่องติดกระจกลายดอกเล็ก ๆ หอคอยหลังคาทางแหลมผนังกรุกระจกสีทั้ง 4 ด้าน  หน้าต่างมุขเหนือบันไดทำหน้าที่เป็นกันสาดรองรับด้วยหูช้างไม้  แต่งไม้เป็นลวดลายวงกลมและเส้นตรงตัดกัน  ปีกขวาเหนือกรอบห้าต่างชั้นสองประดับลายปูนปั้นทรงสี่เหลี่ยม  สุดปีกหักมุมเข้าไปทางด้านหลัง  มีบันไดหินอ่อนขนาดย่อมกว่าบันไดหน้า  ด้านหลังพระตำหนักก่อเฉลียงรับลมจากแม่น้ำเจ้าพระยาทุกชั้น เฉลียงชั้นล่างอยู่ทางปีกขวาสร้างเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลม มีบันไดทอดลงถนนตรงไปศาลาท่าน้ำ เฉลียงชั้น 3 และเฉลียงรอบหอคอยสร้างอ้อมจากด้านริมแม่น้ำหักมุมมาตลอดด้านขวาของพระตำหนัก                2. ศาลาริมน้ำ ก่อเขื่อนคอนกรีต ตอนบนก่อกำแพงเตี้ยๆ  มีซุ้มตอนบนกำแพง ประดับลายปูนปั้นแบบเดียวกับลายสลักที่ลูกกรงบันไดภายในพระตำหนัก เชิงชายหลังคาไม้สลักลายมีซุ้มไม้ตีเป็นช่องสี่เหลี่ยมติดกระจกลาย  
 




ที่มาของข้อมูล
 
   
   
 
  สภาพปัจจุบัน  
  มั่นคงแข็งแรงและสะอาดเพราะได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี  
   
 
  ลักษณะการใช้งานปัจจุบัน  
 

พระตำหนัก เป็นที่ทำการของสำนักงานกองมรดกของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ มูลนิธิ “จักรพงษ์มูลนิธิ” บริษัทไทยนิธิ จำกัด และมูลนิธิโลกสีเขียว

ศาลาท่าน้ำ ใช้เป็นท่าเรือสำหรับพระราชอาคันตุกะ